
ฮ่องกงฟุตหรือ tinea pedis คือการติดเชื้อราที่ชั้นผิวหนังเท้า อาจไม่ได้มีเพียงอาการคันซอกนิ้ว แต่ยังทำให้ฝ่าเท้าลอก แห้งแตกซ้ำ ๆ หรือมีตุ่มน้ำเล็กด้านข้างเท้า ผื่นผิวหนังอักเสบ แพ้สัมผัส และสะเก็ดเงินอาจดูคล้ายกัน
ไม่สามารถยืนยันจากรูปหรือดูว่าคันหรือไม่ แพทย์จะดูตำแหน่ง ขุย เล็บเท้า และบริเวณผิวอื่น และอาจขูดขุยเล็กน้อยเพื่อตรวจเชื้อราก่อนเลือกแนวทางรักษา
สรุปสำคัญ: ขุยซอกนิ้วข้างเดียวหรือไม่สมมาตร ขุยตามขอบฝ่าเท้า หรือตุ่มน้ำทำให้นึกถึงเชื้อราที่เท้า ควรพบแพทย์ผิวหนังหากดูแลเองหลายครั้งไม่ดีขึ้น เป็นสองข้างสมมาตร หรือมีแดง ร้อน บวม เจ็บ และมีน้ำเหลือง
เชื้อราที่เท้าคืออะไร และติดต่อได้หรือไม่?
เชื้อราที่เท้ามักเกิดจากเชื้อราที่ชอบเคราติน ขุยผิวที่มีเชื้ออาจแพร่จากการสัมผัสโดยตรง การใช้ผ้าเช็ดตัวหรือรองเท้าร่วมกัน พื้นห้องน้ำ และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสาธารณะ เท้าที่ชื้นนาน เหงื่อ และรองเท้าอับช่วยให้เชื้อเติบโต
การเหยียบพื้นชื้นครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าจะติดแน่นอน เกราะป้องกันผิว ปริมาณสัมผัส ความชื้น เชื้อราที่เล็บ เบาหวาน การไหลเวียน และภูมิคุ้มกันล้วนมีผลต่อความเสี่ยงและระยะโรค
หากลอกหรือคันซ้ำ เริ่มประเมินที่ แผนกผิวหนัง Ruianc Clinic.
เชื้อราที่เท้ามีอาการและรูปแบบใดบ้าง?

ลักษณะเปลี่ยนตามตำแหน่งและการตอบสนองของผิว และอาจมีหลายรูปแบบพร้อมกัน ตารางนี้เป็นเพียงเบาะแส ไม่ใช่การวินิจฉัยด้วยตนเอง
| รูปแบบ | ตำแหน่งและลักษณะ | จุดที่มักมองข้าม |
|---|---|---|
| ซอกนิ้ว | ลอก ผิวขาวยุ่ย แตก หรือคัน มักระหว่างนิ้วที่สี่และห้า | เมื่อชื้นอาจมีกลิ่น และผิวแตกอาจติดเชื้อแบคทีเรีย |
| แบบรองเท้าหุ้ม | ฝ่าเท้าและข้างเท้าแห้ง มีขุยละเอียด หรือผิวหนา | อาจไม่คันมากและถูกคิดว่าแค่ผิวแห้ง |
| แบบตุ่มน้ำ | ตุ่มน้ำเล็กเป็นกลุ่ม คันหรือแสบร้อนที่อุ้งหรือข้างเท้า | คล้ายผื่น จึงต้องดูตำแหน่งและขุย |
| เป็นแผลหรืออักเสบเฉียบพลัน | ถลอก น้ำเหลือง ตุ่มหนอง เจ็บ หรือบวม | ต้องดูว่ามีเชื้อแบคทีเรียร่วม ไม่ใช่แค่ลดคัน |
แยกเชื้อราที่เท้าจากผื่นผิวหนังและแพ้สัมผัสอย่างไร?

เชื้อราที่เท้ามักเริ่มข้างเดียวหรือไม่สมมาตร และมีขุยชัดที่ซอกนิ้วหรือขอบฝ่าเท้า ผื่นผิวหนังอักเสบหรือแพ้สัมผัสอาจสมมาตรกว่า และสัมพันธ์กับวัสดุรองเท้า น้ำยาทำความสะอาด เหงื่อ หรือการเสียดสี
อย่างไรก็ตามเป็นเพียงแนวโน้ม และเชื้อรากับผื่นอักเสบอาจเกิดร่วมกัน
หากเด่นที่แห้งและลอก อ่าน สาเหตุผิวแห้งคันและเวลาควรพบแพทย์.
ทำไมไม่ควรใช้ยาลดคันหรือผลิตภัณฑ์ผสมเองนาน ๆ?
ผื่นที่แดงหรือคันน้อยลงไม่ได้พิสูจน์ว่าเชื้อราหาย ผลิตภัณฑ์บางชนิดเปลี่ยนหน้าตาผื่นและทำให้วินิจฉัยยากขึ้น แนวทางที่ไม่ตรงอาจทำให้เชื้อลามหรือผื่นระคายเคือง
เมื่อไรต้องขูดผิวหรือตรวจเชื้อรา?
กรณีที่ชัดอาจวินิจฉัยจากประวัติและการตรวจ หากลักษณะไม่ปกติ ตอบสนองไม่ตามคาด เป็นซ้ำ หรือแยกจากผื่นและสะเก็ดเงินยาก แพทย์อาจเก็บขุยเล็กน้อยจากขอบผื่นไปส่องกล้องหรือเพาะเชื้อ
แพทย์อาจตรวจเล็บ ฝ่ามือ ขาหนีบ และผิวบริเวณอื่น เชื้อราที่เล็บหรือผิวที่ยังไม่ได้รักษาอาจเป็นแหล่งติดซ้ำ ส่วนผลลบต้องแปลร่วมกับตำแหน่งเก็บตัวอย่างและการรักษาก่อนหน้า
เชื้อราที่เท้ารักษาอย่างไร และทำไมกลับเป็นซ้ำ?
เชื้อราที่เท้าเล็กน้อยและจำกัดมักใช้การรักษาต้านเชื้อราแบบทา หากกว้าง ผิวหนา เป็นซ้ำ มีเชื้อราที่เล็บ หรือไม่ตอบสนอง แพทย์ต้องพิจารณาสุขภาพ ปฏิกิริยาระหว่างยา และผลตรวจ ก่อนเลือกวิธีอื่น
อาการดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าจัดการการติดเชื้อครบแล้วเสมอ การใช้ไม่ครบตามคำแนะนำ ลืมซอกนิ้วหรือขอบฝ่าเท้า รองเท้าอับ สัมผัสใหม่ เชื้อราที่เล็บ หรือการวินิจฉัยเดิมไม่ถูก อาจทำให้กลับเป็นซ้ำ
ควรเจาะตุ่มน้ำหรือขัดผิวหนาระหว่างรักษาหรือไม่?
ไม่ควรเจาะตุ่มน้ำ ตัดผิวที่ยุ่ย หรือขัดผิวหนาแรง ๆ เพราะอาจเกิดแผลและเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรีย ควรล้างอ่อนโยน เช็ดแห้ง และทำตามคำแนะนำแพทย์
ลดการเป็นซ้ำและแพร่ในบ้านได้อย่างไร?
นอกจากรักษาผิวแล้ว ควรลดความชื้นซ้ำและการสัมผัสขุยที่มีเชื้อ เริ่มจากวิธีต่อไปนี้:
- ล้างเท้าทุกวันและซับซอกนิ้วให้แห้งสนิท
- เปลี่ยนถุงเท้าเมื่อชื้น สลับรองเท้าและปล่อยให้แห้ง
- ใส่รองเท้าแตะในห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และรอบสระสาธารณะ
- ไม่ใช้ผ้า ถุงเท้า รองเท้า ที่ตัดเล็บ หรืออุปกรณ์ขัดเท้าร่วมกัน
- ล้างมือหลังสัมผัสผื่นหรือทาการรักษา
- คนในบ้านที่มีความผิดปกติของเท้าหรือเล็บควรรับการประเมินแยกกัน
อาการใดควรพบแพทย์เร็ว?
ควรพบแพทย์ผิวหนังหากขุยต่อเนื่อง ลาม หรือกลับเป็นหลังดูแลเอง อาการต่อไปนี้ควรประเมินเร็ว:
- แดง ร้อน บวม หรือเจ็บเพิ่มเร็ว มีหนอง น้ำเหลืองกลิ่นเหม็น หรือไข้
- รอยแตกหรือแผลไม่หาย หรือเจ็บชัดเวลาเดิน
- ลามไปเล็บ ฝ่ามือ ขาหนีบ หรือผิวบริเวณอื่น
- มีเบาหวาน การไหลเวียนไม่ดี ความรู้สึกลดลง หรือภูมิคุ้มกันผิดปกติ
- แย่ลงหลังรักษา หรือเป็นซ้ำโดยไม่เคยยืนยันการวินิจฉัย
อ่านเรื่องโรคผิวหนังเพิ่มเติมที่ คลังความรู้สุขภาพ Ruianc; สภาพผิวของแต่ละคนยังต้องให้แพทย์ตรวจโดยตรง
แหล่งข้อมูลเรื่องเชื้อราที่เท้าที่ใช้ในบทความ
- American Academy of Dermatology: Athlete’s foot prevention
- DermNet: Tinea pedis
- Centers for Disease Control and Prevention: Ringworm prevention
ไม่เสมอ แบบซอกนิ้วหรือตุ่มน้ำอาจคัน แต่แบบผิวหนาอาจมีเพียงแห้ง ลอก และหนา
ไม่ใช่ ผื่น แพ้สัมผัส สะเก็ดเงิน และการเสียดสีก็ทำให้ลอก บางครั้งต้องตรวจเชื้อรา
เป็นไปได้ ขุยที่มีเชื้ออาจแพร่ผ่านผ้า รองเท้า พื้น หรืออุปกรณ์ดูแลเท้าที่ใช้ร่วมกัน
ไม่จำเป็น อาจเกี่ยวกับใช้ไม่ครบ รองเท้าอับ สัมผัสใหม่ เชื้อราที่เล็บ หรือการวินิจฉัยอื่น
การทำให้แห้งช่วยลดการเป็นซ้ำ แต่ไม่แทนการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
หากมีรอยแตก แผล แดงร้อนบวม น้ำเหลือง หรือเจ็บเวลาเดิน ควรพบแพทย์เร็วและไม่ตัดหรือขัดเอง
คำเตือนจากแพทย์: ฝ่าเท้าลอกไม่ได้แปลว่าเป็นเชื้อราเสมอ
เชื้อราที่เท้า ผื่นผิวหนังอักเสบ แพ้สัมผัส และสะเก็ดเงินอาจดูคล้ายและเกิดร่วมกัน หากเป็นซ้ำ ลาม มีน้ำเหลือง เจ็บ หรือดูแลเองไม่ดีขึ้น ควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจและพิจารณาการตรวจเชื้อรา
บทความนี้เป็นความรู้สุขภาพทั่วไป ไม่ใช่โฆษณาหรือคำแนะนำยาชนิดใด การวินิจฉัย ตรวจ และรักษาต้องให้แพทย์ประเมินโดยตรง
ทีมแพทย์ผิวหนัง

Dr. Tseng
