
โรคไตเรื้อรังระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน ปัสสาวะเป็นฟอง บวม อ่อนเพลีย หรือการปัสสาวะเปลี่ยนไปอาจเป็นเบาะแส แต่ก็มาจากสาเหตุอื่นได้ การใช้แค่ความรู้สึก สีของปัสสาวะ หรือค่าครีเอตินินครั้งเดียวไม่สามารถวินิจฉัยเองได้
การประเมินที่เชื่อถือได้ต้องนำการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ความดันโลหิต ประวัติโรค และแนวโน้มค่าต่าง ๆ มารวมกัน หากมีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือประวัติครอบครัวไตวาย แม้ไม่มีอาการก็ปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจได้
สรุปสำคัญ: โรคไตระยะแรกอาจไม่มีอาการ การเจาะเลือดประมาณค่าการกรองของไตและการตรวจอัลบูมินในปัสสาวะเป็นสองเบาะแสสำคัญ ผลผิดปกติครั้งเดียวไม่จำเป็นต้องเป็นโรคไตเรื้อรัง มักต้องตัดปัจจัยชั่วคราวและยืนยันว่าต่อเนื่อง หากหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก สติเปลี่ยน ปัสสาวะลดลงชัด หรือปัสสาวะเป็นเลือดให้รีบพบแพทย์
ทำไมโรคไตระยะแรกจึงไม่มีอาการ?
ไตมีความสามารถชดเชยสูง เมื่อการทำงานเริ่มลดลงร่างกายจึงอาจยังไม่รู้สึกชัด บางคนรู้ว่าต้องตรวจเพิ่มเมื่อผลเลือดหรือปัสสาวะประจำปีผิดปกติเท่านั้น
นี่คือเหตุผลว่าการไม่มีปวดหลัง ปัสสาวะปกติ หรือยังแข็งแรง ไม่ได้ตัดปัญหาไตออกไปทั้งหมด ตรงกันข้าม อาการปวดเมื่อยหลังก็มักเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ กระดูกสันหลัง หรือระบบทางเดินปัสสาวะ ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นโรคไต
โรคไตอาจมีอาการและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอะไรบ้าง?
เมื่อการทำงานหรือโครงสร้างของไตผิดปกติชัดขึ้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงของสีปัสสาวะ ความถี่การปัสสาวะ สมดุลน้ำ หรือสภาพร่างกายโดยรวม อาการเหล่านี้ไม่จำเพาะ จึงต้องตรวจหาสาเหตุ
| การเปลี่ยนแปลงที่อาจพบ | เบาะแสที่อาจเกี่ยวกับไต | พบได้บ่อยในสาเหตุอื่น |
|---|---|---|
| ปัสสาวะเป็นฟอง | ฟองต่อเนื่องและเกิดซ้ำ ควรประเมินโปรตีนในปัสสาวะ | ปัสสาวะแรง ปัสสาวะเข้มข้น หรือคราบน้ำยาทำความสะอาด |
| เปลือกตาหรือขาบวม | น่าสังเกตเมื่อน้ำหนักขึ้นเร็วในเวลาสั้นหรือปัสสาวะเปลี่ยน | ยืนนาน ระบบหลอดเลือดดำ โรคหัวใจหรือตับ |
| ปัสสาวะแดงหรือสีชา | อาจมีเลือดในปัสสาวะหรือปัญหาเกี่ยวกับโกลเมอรูลัส | ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่ว อาหาร หรือแหล่งอื่น |
| ปัสสาวะกลางคืนหรือการปัสสาวะเปลี่ยน | อาจสะท้อนความสามารถในการทำให้เข้มข้นหรือปัญหาไต-ทางเดินปัสสาวะ | เวลาดื่มน้ำ การนอน กระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมาก |
| อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือคัน | อาจพบเมื่อการทำงานของไตลดลงมากขึ้น | โลหิตจาง การนอน ฮอร์โมน หรือโรคระบบอื่น |
ปัสสาวะเป็นฟองหรือบวมคือโรคไตหรือไม่?
ไม่เสมอไป ปัสสาวะเป็นฟองชั่วคราวอาจเพียงเพราะปัสสาวะแรงหรือเข้มข้น ถ้าฟองละเอียด ไม่หายง่าย และเกิดซ้ำจึงควรตรวจปัสสาวะ อาการบวมก็อาจเกี่ยวกับการนั่งหรือยืนนาน ระบบหลอดเลือดดำ หัวใจ ตับ หรือยา
ควรสังเกตว่าต่อเนื่องหรือไม่ เป็นทั้งสองข้างหรือไม่ และมีร่วมกับความดันโลหิตขึ้น น้ำหนักขึ้นเร็ว ปัสสาวะเปลี่ยน หรือหายใจลำบาก อย่าตัดสินเองจากรูปภาพหรือการเทียบในอินเทอร์เน็ต
ใครบ้างที่ควรปรึกษาเรื่องตรวจการทำงานของไตแม้ไม่มีอาการ?
- มีเบาหวานหรือน้ำตาลในเลือดผิดปกติเรื้อรัง
- มีความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคหลอดเลือดส่วนปลาย
- ญาติสายตรงมีโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต หรือไตวาย
- เคยเกิดไตบาดเจ็บเฉียบพลัน ทางเดินปัสสาวะอุดกั้นซ้ำ หรือโครงสร้างไตผิดปกติ
- ใช้ยาไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ สมุนไพร หรืออาหารเสริมที่อาจกระทบไตเป็นเวลานานหรือบ่อย
- เคยตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ เลือดในปัสสาวะ หรือค่าการทำงานของไตผิดปกติ
เบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไตเรื้อรังในผู้ใหญ่ ความถี่ในการตรวจควรเป็นไปตามความเสี่ยงรายบุคคลและคำแนะนำของแพทย์
ต้องตรวจอะไรบ้าง eGFR กับอัลบูมินในปัสสาวะต่างกันอย่างไร?

การประเมินไตมักไม่ดูแค่ครีเอตินิน แพทย์ใช้ครีเอตินินในเลือดร่วมกับอายุและข้อมูลอื่นเพื่อประมาณอัตราการกรองของไต (eGFR) ส่วนอัตราส่วนอัลบูมินต่อครีเอตินินในปัสสาวะ (UACR) ใช้หาการรั่วของอัลบูมินซึ่งบ่งชี้ไตบาดเจ็บ
การตรวจปัสสาวะทั่วไปยังบอกเลือด โปรตีน และความผิดปกติอื่น หากค่าหรือประวัติต้องชี้ชัด แพทย์จึงอาจตรวจเกลือแร่ เม็ดเลือด อัลตราซาวนด์ไตหรืออื่น ๆ ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจครบชุด
| การตรวจ | วัตถุประสงค์หลัก | ข้อจำกัดในการอ่านผล |
|---|---|---|
| ครีเอตินินในเลือดและ eGFR | ประมาณการทำงานการกรองของไต | ได้รับผลจากอายุ มวลกล้ามเนื้อ โรคเฉียบพลัน และความคงที่ของค่า |
| อัตราส่วนอัลบูมินต่อครีเอตินินในปัสสาวะ | พบอัลบูมินในปัสสาวะและประเมินความเสี่ยงไตบาดเจ็บ | การออกกำลังกาย ติดเชื้อ น้ำตาลหรือความดันผันผวนอาจกระทบผลชั่วคราว |
| การตรวจปัสสาวะทั่วไป | ตรวจเลือด โปรตีน และความผิดปกติอื่นของปัสสาวะ | ต้นเหตุไม่ใช่แค่ไต มักต้องร่วมกับอาการหรือตรวจซ้ำ |
| อัลตราซาวนด์ไต | ดูขนาด โครงสร้าง และการอุดกั้นของไต | ไม่สามารถบ่งชี้การทำงานการกรองได้โดยลำพัง |
ผลการทำงานของไตผิดปกติครั้งเดียวคือโรคไตเรื้อรังหรือไม่?
ไม่เสมอไป ภาวะขาดน้ำ ติดเชื้อเฉียบพลัน ออกกำลังกายหนัก ทางเดินปัสสาวะอุดกั้น หรือยาบางชนิดทำให้การทำงานของไตหรือโปรตีนในปัสสาวะเปลี่ยนชั่วคราว แพทย์จะยืนยันสถานะปัจจุบันก่อนแล้วจึงนัดตรวจซ้ำ
โรคไตเรื้อรังเน้นว่าความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานต้องต่อเนื่องอย่างน้อยสามเดือน eGFR ต่ำกว่าค่าอ้างอิง มีอัลบูมินในปัสสาวะหรือเลือดในปัสสาวะ ต้องอ่านร่วมกับระยะเวลา แนวโน้ม และการตรวจอื่น ไม่ควรจัดระยะโรคเองจากผลใบเดียว
ดูแลการทำงานของไตในชีวิตประจำวันอย่างไร?

ผู้มีความเสี่ยงด้านไตควรติดตามความดันโลหิต น้ำตาล eGFR และแนวโน้มอัลบูมินในปัสสาวะตามคำแนะนำ และรักษาต้นเหตุที่ทำร้ายไต การสูบบุหรี่ เกลือมากเกิน และอาหารเสริมไม่ทราบส่วนผสมควรปรึกษาทีมแพทย์ด้วย
อย่าทำอาหารโปรตีนต่ำแบบสุดโต่งเอง และไม่ต้องดื่มน้ำมากเกินจำเป็น ความต้องการโปรตีน เกลือ โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และน้ำเปลี่ยนตามการทำงานของไต ปริมาณปัสสาวะ โภชนาการ และโรคอื่น ผู้ที่วินิจฉัยแล้วให้แพทย์และนักโภชนาการวางแผนร่วมกัน
เมื่อมาพบแพทย์ให้นำรายการยาที่ใช้ ยาที่ซื้อเอง สมุนไพร และอาหารเสริมมาครบ หากอาเจียน ท้องเสีย มีไข้ หรือกินอาหารลดลงชัด ควรถามทีมที่ดูแลว่าต้องประเมินก่อนหรือไม่ เพื่อเลี่ยงภาวะขาดน้ำหรือภาระจากยาต่อไต
สัญญาณเตือนทางไตใดต้องรีบพบแพทย์?
หากมีอาการต่อไปนี้ อย่ารอเพียงตรวจสุขภาพประจำปีหรือปรับอาหารเอง ควรรีบพบแพทย์ตามความรุนแรง:
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก นอนราบไม่ได้ หรือบวมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ปัสสาวะลดลงชัด หรือแทบไม่มีปัสสาวะเป็นเวลานาน
- ปัสสาวะเป็นเลือดเห็นได้ชัด มีลิ่มเลือด หรือปัสสาวะเป็นเลือดร่วมกับปวดเอว/ท้องรุนแรงและมีไข้
- อาเจียนต่อเนื่อง ง่วงซึมชัด สติเปลี่ยน หรือชัก
- ความดันโลหิตสูงขึ้นชัด ร่วมกับปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่า หรืออาการทางระบบประสาท
- ความดันโลหิตสูงขึ้นใหม่ บวมชัด หรือโปรตีนในปัสสาวะผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์
เมื่อไม่มีสัญญาณฉุกเฉินแต่ผลตรวจยังผิดปกติหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง คุณสามารถไปที่แผนกอายุรกรรมเพื่อให้แพทย์รวบรวมประวัติและตรวจพื้นฐานก่อน แล้วจึงนัดติดตามหรือส่งต่อตามผล
แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับโรคไต
- สำนักงานส่งเสริมสุขภาพไต้หวัน: คู่มือการจัดการโรคไตเรื้อรัง
- KDIGO: แนวทางการประเมินและการจัดการโรคไตเรื้อรัง 2024
- NIDDK: การตรวจและวินิจฉัยโรคไตเรื้อรัง
- NIDDK: อาการและความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง
ไม่ โรคไตเรื้อรังระยะแรกมักไม่มีอาการชัด บางคนพบจากผลเลือดหรือปัสสาวะผิดปกติ หากมีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือประวัติครอบครัวไตวาย ควรปรึกษาแพทย์เรื่องความถี่การตรวจ
สีปัสสาวะบอกได้ไม่แน่นอน หากฟองละเอียด เกิดซ้ำและต่อเนื่อง ควรตรวจปัสสาวะ การมีอัลบูมินในปัสสาวะต้องดูผลตรวจและอาจต้องยืนยันซ้ำ
ดูแค่ครีเอตินินไม่ได้ ค่านี้ได้รับผลจากอายุ มวลกล้ามเนื้อ และภาวะเฉียบพลัน ต้องอ่านร่วมกับ eGFR อัลบูมินในปัสสาวะ ตรวจปัสสาวะ ประวัติ และแนวโน้ม
ครั้งเดียวที่ต่ำยังสรุปไม่ได้ โรคไตเรื้อรังต้องยืนยันว่าผิดปกติต่อเนื่องอย่างน้อยสามเดือน หลังตัดภาวะขาดน้ำ โรคเฉียบพลัน การอุดกั้น และปัจจัยชั่วคราวอื่น
ไม่ใช่มากยิ่งดี ความต้องการน้ำขึ้นกับการทำงานของไต ปริมาณปัสสาวะ สภาพหัวใจ อากาศ และกิจกรรม ผู้มีโรคไตหรือหัวใจไม่ควรดื่มน้ำมากเอง ควรฟังคำแนะนำแพทย์
ไม่ควรลดเองมาก ความต้องการโปรตีนต่างตามระยะโรค การฟอกไต โภชนาการ และโรคอื่น การจำกัดเกินไปอาจขาดสารอาหาร ควรให้แพทย์และนักโภชนาการประเมิน
คำแนะนำจากแพทย์: อย่าตัดสินโรคไตจากอาการหรือตัวเลขครั้งเดียว
โรคไตเรื้อรังระยะแรกอาจไม่มีอาการเลย ปัสสาวะเป็นฟอง บวม หรืออ่อนเพลียก็ไม่จำเป็นต้องเป็นโรคไต วิธีที่เชื่อถือได้คือรวมประวัติ ความดันโลหิต ค่าการทำงานของไตจากเลือด และการตรวจอัลบูมินในปัสสาวะ โดยตรวจซ้ำเมื่อจำเป็นเพื่อยืนยันความต่อเนื่อง หากมีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือประวัติครอบครัวโรคไต ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจและความถี่ติดตามที่เหมาะสม
บทความให้ความรู้โรคทั่วไป ไม่ทดแทนการวินิจฉัยตัวต่อตัว ค่าการทำงานของไตได้รับผลจากอายุ มวลกล้ามเนื้อ โรคเฉียบพลัน และปัจจัยอื่น การตรวจรวม ความถี่ติดตาม อาหาร และแนวทางรักษาต้องให้แพทย์ประเมินตามแต่ละบุคคล
ทีมอายุรกรรมและระบบทางเดินอาหาร
