ฝีเกิดจากการติดเชื้อลึกในรูขุมขนและเนื้อเยื่อรอบข้าง มักเป็นก้อนแดง ร้อน กดเจ็บ และอาจมีหนองตรงกลางภายหลัง ลึกและเจ็บกว่ารูขุมขนอักเสบตื้น ๆ และก้อนใหญ่สามารถกลายเป็นฝีหนองได้
ก้อนเล็กที่จำกัดบริเวณอาจค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อดูแลเหมาะสม แต่หากอยู่บนใบหน้า รอยแดงลามเร็ว มีไข้ หรือเกิดซ้ำ ควรให้แพทย์ประเมิน
สรุปสำคัญ: ไม่ควรบีบก้อนหนองเอง รักษาความสะอาด ประคบด้วยความอุ่นที่สบาย และปิดบริเวณที่มีน้ำเหลือง ควรพบแพทย์เร็วเมื่อรอยแดงลาม ปวดมาก มีไข้ อยู่บนใบหน้า มีเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่ำ
ฝีคืออะไร ต่างจากฝีหลายหัวอย่างไร?
ฝีเกิดเมื่อการติดเชื้อลงลึกตามรูขุมขนจนเป็นก้อนเจ็บ อาจนิ่มและมีหนองไหล หากรูขุมขนข้างเคียงหลายจุดรวมเป็นก้อนใหญ่และมีทางระบายหลายจุด เรียกฝีหลายหัว รอยแดงลามหรือมีอาการทั่วร่างกายควรพบแพทย์
แยกฝี รูขุมขนอักเสบ ซีสต์อักเสบ และโรคต่อมเหงื่ออักเสบเป็นหนอง
การมีหนองอย่างเดียวบอกสาเหตุไม่ได้ แพทย์จะดูความลึก ตำแหน่ง จุดศูนย์กลางที่รูขุมขน การเป็นซ้ำ โพรงและแผลเป็น หากเป็นตุ่มหนองตื้นเล็กหลายเม็ด อาจอ่านเรื่องอาการและการดูแลรูขุมขนอักเสบ
| ภาวะ | ลักษณะทั่วไป | จุดช่วยแยก |
|---|---|---|
| รูขุมขนอักเสบ | ตุ่มหนองตื้นเล็ก คันหรือเจ็บเล็กน้อย | มักหลายเม็ดและอยู่กลางรูขุมขน |
| ฝี / ฝีหนอง | ก้อนแดงลึกและเจ็บ อาจมีหนองกลาง | อาจนิ่มคล้ายมีของเหลวหรือมีหนองไหล |
| ซีสต์ผิวหนังอักเสบ | ก้อนใต้ผิวเดิมบวมแดงเจ็บทันที | อาจมีรูตรงกลาง ไม่ได้ติดเชื้อแบคทีเรียเสมอ |
| ต่อมเหงื่ออักเสบเป็นหนอง | ก้อนซ้ำที่รักแร้ ขาหนีบ ก้น | อาจมีโพรง น้ำเหลือง และแผลเป็น |
ทำไมจึงเกิดฝี และใครมีโอกาสเป็นซ้ำ?
เชื้อบนผิวหนังอาจผ่านรูขุมขน แผลถลอกเล็ก หรือเกราะผิวที่เสีย เหงื่อ การเสียดสี การโกน และผื่นผิวหนังเพิ่มความเสี่ยง เมื่อเป็นซ้ำแพทย์อาจประเมินน้ำตาล ภูมิคุ้มกัน และโรคผิวหนังเรื้อรัง ดูอาการและการตรวจเบาหวานได้ แต่มีฝีไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเบาหวาน
บีบ เจาะ หรือระบายหนองเองได้ไหม?
ไม่ควรบีบ ใช้เข็มเจาะ หรือกรีดเอง เพราะอาจดันการติดเชื้อลึกหรือลาม เพิ่มเลือดออก เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ และแผลเป็น โดยเฉพาะใบหน้า รอบจมูกหรือตา ก้อนลึกหรือเจ็บมากควรให้แพทย์ตรวจ
ประคบอุ่นและดูแลที่บ้านอย่างไร?

ก้อนเล็กจำกัดบริเวณและไม่มีอาการทั่วร่างกาย ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นสบาย หลีกเลี่ยงความร้อนที่ลวกผิว หากหนองไหลเอง ให้ล้างมือ ทำความสะอาดเบา ๆ และปิดด้วยก๊อซสะอาด ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัว มีดโกน หรือเสื้อผ้าร่วมกัน
แพทย์ประเมินฝีหนองอย่างไร ต้องเพาะเชื้อไหม?
แพทย์ดูขนาด ความลึก โพรงหนอง รอยแดง ไข้ ประวัติเป็นซ้ำและความเสี่ยงสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องเพาะเชื้อทุกราย แต่อาจทำเมื่อเป็นซ้ำ รุนแรง ไม่ดีขึ้น หรือขณะระบายหนอง
ทุกฝีต้องใช้ยาต้านจุลชีพไหม เมื่อไรต้องระบายหนอง?
ไม่ใช่ทุกฝีต้องใช้ยาต้านจุลชีพ หากมีโพรงหนองชัด แพทย์จะพิจารณากรีดระบาย ยาอาจใช้เมื่อมีการอักเสบลาม ไข้ แย่ลงเร็ว หลายตำแหน่ง ตำแหน่งพิเศษ หรือมีความเสี่ยงสุขภาพ
ฝีเป็นซ้ำควรทำอย่างไร และลดการแพร่เชื้ออย่างไร?
ล้างมือ ปิดแผลที่มีน้ำเหลือง ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน และซักเสื้อผ้าหรือผ้าปูที่เปื้อนหนอง การเป็นซ้ำไม่จำเป็นว่าเกิดจากความสกปรก แพทย์อาจประเมินเชื้อหรือสุขภาพโดยรวม
สัญญาณใดควรพบแพทย์โดยเร็ว?
- รอยแดงลามเร็ว มีเส้นแดง ร้อนหรือปวดมาก
- มีไข้ หนาวสั่น หัวใจเต้นเร็ว อ่อนแรง หรือสติเปลี่ยน
- อยู่บนใบหน้า รอบจมูก ตา หรือใกล้กระดูกสันหลัง
- ก้อนใหญ่ หลายก้อนติดกัน ปวดมากขึ้น หรือมีโพรงหนองชัด
- ทารก ผู้สูงอายุ ผู้เป็นเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่ำ
- ดูแลแล้วแย่ลง ไม่ดีขึ้นนาน หรือเกิดซ้ำที่เดิม
การตรวจโดยแพทย์ผิวหนังช่วยพิจารณาว่าต้องระบายหนองหรือไม่ อ่านเพิ่มเติมที่คลังความรู้สุขภาพ
เอกสารอ้างอิงบทความสุขศึกษา
ไม่เหมือน ฝีมักเป็นการติดเชื้อลึกในรูขุมขน ส่วนสิวเกี่ยวกับการอุดตัน ไขมัน และการอักเสบ
เชื้อในหนองแพร่ผ่านมือ ผ้า มีดโกน หรือเสื้อผ้าได้ ควรปิดแผล ล้างมือ และไม่ใช้ของร่วมกัน
ล้างมือ ทำความสะอาดเบา ๆ และปิดด้วยก๊อซ อย่าบีบต่อ หากแดงลาม ปวดมากขึ้น หรือมีไข้ ให้พบแพทย์
ขึ้นกับขนาด ความลึก ฝีหนอง การอักเสบลาม และสุขภาพ หากนานหรือแย่ลงควรตรวจ
ไม่เสมอ ปัจจัยอื่นมีเชื้อบนผิว เกราะผิว การเสียดสี และการแพร่ในบ้าน แพทย์จะพิจารณาตรวจน้ำตาล
ไม่ทุกกรณี แต่โพรงหนองชัด ก้อนใหญ่ ปวดมาก หรือแย่ลงอาจต้องให้แพทย์ระบาย
คำแนะนำจากแพทย์
อย่าบีบหรือเจาะก้อนหนองเอง หากรอยแดงลามเร็ว มีไข้ อยู่บนใบหน้า หรือเป็นซ้ำ ควรนัดตรวจ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่แทนการวินิจฉัย การรักษาต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์โดยตรง
ทีมแพทย์ผิวหนัง

Dr. Tseng
