หนังศีรษะของเด็กมีวงกลมที่ลอกเป็นขุย ผมบริเวณนั้นบางลงและหักง่าย มองใกล้ๆ เห็นจุดดำเล็กๆ บางครั้งคัน หรือบวมแดงมีหนอง ผู้ปกครองหลายคนคิดว่าเป็นแค่รังแคหรือ “หนังศีรษะแห้ง” แต่อาจเป็น “เชื้อราที่หนังศีรษะ” (tinea capitis) ซึ่งเกิดจากเชื้อราผิวหนังลุกลามเข้าสู่หนังศีรษะและเส้นผม พบบ่อยในเด็กวัยก่อนเรียนและวัยเรียน บ้านที่เลี้ยงแมวหรือสุนัข หรือมีคนในครอบครัวเป็นเชื้อราที่อื่นก็ควรสังเกต
เชื้อราที่หนังศีรษะติดต่อได้และทำให้ผมร่วง หากปล่อยไว้นานหรือดูแลไม่เหมาะสม กรณีอักเสบรุนแรงอาจเกิดแผลเป็น ลักษณะคล้ายเซ็บเดิร์ม สะเก็ดเงิน ผมร่วงเป็นหย่อม หรือโรคดึงผม จึงควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจยืนยันด้วยตนเองก่อนตัดสินใจรักษา
ประเด็นสำคัญ: เชื้อราที่หนังศีรษะคือการติดเชื้อราผิวหนังที่หนังศีรษะและเส้นผม อาการที่พบบ่อยคือหย่อมผมบางที่มีขุยลอก ผมขาดเป็นจุดดำ และคัน หากรุนแรงอาจเป็นก้อนบวมแดงมีหนองที่เรียกว่า kerion พบบ่อยในเด็ก ติดต่อได้จากการสัมผัสกัน การใช้หวี หมวก หมอนร่วมกัน หรือจากสัตว์เลี้ยงที่มีเชื้อ เนื่องจากเชื้อราอยู่ในรูขุมขนและเส้นผม มักต้องใช้ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทานหลังแพทย์ประเมิน อาจใช้ร่วมกับแชมพูต้านเชื้อรา การทายาอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ และเพราะคล้ายปัญหาหนังศีรษะอื่น จึงควรให้แพทย์ประเมินด้วยตนเอง
เชื้อราที่หนังศีรษะคืออะไร? ทำไมหนังศีรษะจึงติดเชื้อรา?
เชื้อราที่หนังศีรษะเกิดจากเชื้อราเดอร์มาโทไฟต์ (เชื้อราผิวหนังที่ย่อยเคราติน) ติดเชื้อที่หนังศีรษะ รูขุมขน และเส้นผม เป็นกลุ่มเดียวกับฮ่องกงฟุตและกลากที่ลำตัว เพียงแต่เกิดที่ศีรษะ
เมื่อเชื้อราเข้าสู่รูขุมขนจะลุกลามเข้าเส้นผม ทำให้ผมเปราะและหักใกล้หนังศีรษะ จึงมักเห็นหย่อมขุยลอกร่วมกับผมขาด ในคนที่ภูมิคุ้มกันตอบสนองรุนแรง หนังศีรษะอาจเป็นก้อนนุ่มบวมแดงมีหนอง
เชื้อราที่หนังศีรษะพบบ่อยที่สุดในเด็ก ผู้ใหญ่พบน้อยกว่าแต่ก็เป็นได้ เช่น ดูแลเด็กหรือสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อ มีเชื้อราที่ตำแหน่งอื่น หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
เชื้อราที่หนังศีรษะมีอาการอย่างไร? มีกี่ชนิด?

อาการของเชื้อราที่หนังศีรษะแตกต่างกันมาก บางรายเล็กน้อยคล้ายรังแค บางรายบวมแดงชัดเจน ชนิดที่พบบ่อย ได้แก่
ชนิดขุยลอก (หย่อมสีเทา)
หนังศีรษะมีหย่อมกลมสีเทาขาวลอกเป็นขุยหนึ่งหรือหลายหย่อม ผมในบริเวณนั้นหมองและหักง่ายเหมือนถูกตัดสั้น อาจมีอาการคันร่วมด้วย
ชนิดจุดดำ
ผมหักชิดผิวหนังศีรษะ เหลือเป็นจุดดำเล็กๆ ขุยอาจไม่ชัด จึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผมร่วงทั่วไปได้ง่าย
Kerion (ชนิดอักเสบ)
หนังศีรษะเป็นก้อนนูน นุ่ม บวมแดง อาจมีหนองและเจ็บ บางครั้งมีต่อมน้ำเหลืองที่คอหรือหลังหูโต มีไข้ หรือรู้สึกไม่สบาย เป็นปฏิกิริยาอักเสบรุนแรงของร่างกายต่อเชื้อรา ควรพบแพทย์โดยเร็วเพื่อลดความเสี่ยงผมร่วงแบบมีแผลเป็น
เชื้อราที่หนังศีรษะติดต่อได้อย่างไร? ใครเสี่ยง?
เชื้อราที่หนังศีรษะติดต่อได้ ช่องทางและปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่
- การสัมผัสระหว่างคน: ศีรษะสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ พบบ่อยในครอบครัวหรือเพื่อนในโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียน
- การใช้ของร่วมกัน: หวี กิ๊บ หมวก หมวกกันน็อก ผ้าขนหนู ปลอกหมอน อาจมีสปอร์ของเชื้อราติดอยู่
- สัตว์เลี้ยงและสัตว์: แมว สุนัข กระต่ายที่ติดเชื้ออาจแพร่เชื้อสู่คน บางครั้งสัตว์มีเพียงหย่อมขนร่วงหรือขุยเล็กๆ
- เด็ก: พบบ่อยในวัยก่อนเรียนและวัยเรียน อาจเกี่ยวกับลักษณะไขมันบนหนังศีรษะและการสัมผัสกันขณะเล่น
- เชื้อราที่ตำแหน่งอื่น: ตนเองหรือคนในครอบครัวเป็นกลากที่ลำตัวหรือฮ่องกงฟุต อาจเพิ่มโอกาสติดเชื้อ
สปอร์ของเชื้อราอยู่บนสิ่งของได้ระยะหนึ่ง หลังได้รับการวินิจฉัยจึงควรปรึกษาแพทย์ว่าคนในบ้านและสัตว์เลี้ยงต้องตรวจด้วยหรือไม่
เชื้อราที่หนังศีรษะต่างจากรังแค เซ็บเดิร์ม และผมร่วงเป็นหย่อมอย่างไร?
เชื้อราที่หนังศีรษะมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรังแคหรือผมร่วงแบบอื่น ตารางด้านล่างสรุปความแตกต่างที่พบบ่อยเพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น ไม่สามารถแทนการตรวจโดยตรง ปัญหาหนังศีรษะอื่น เช่น ผื่นแดงคันหรือตุ่มคล้ายสิว ก็ควรให้แพทย์ประเมินไปพร้อมกัน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เชื้อราที่หนังศีรษะ | รังแค / เซ็บเดิร์ม | ผมร่วงเป็นหย่อม | โรคดึงผม |
|---|---|---|---|---|
| กลุ่มที่พบบ่อย | เด็ก | วัยรุ่นและผู้ใหญ่ | ทุกวัย | เด็กและวัยรุ่น |
| ลักษณะหนังศีรษะ | ขุยลอก แดง หากรุนแรงบวมมีหนอง | ขุยมันหรือแห้ง มักกระจายกว้าง | มักเรียบ ไม่ค่อยมีขุย | มักไม่มีการอักเสบชัด |
| ลักษณะเส้นผม | ผมขาด จุดดำ หย่อมผมบาง | มักไม่ทำให้เกิดหย่อมผมบางชัด | หย่อมกลมขอบชัด | ผมขาดยาวสั้นไม่เท่ากัน รูปร่างไม่แน่นอน |
| การติดต่อ | ติดต่อได้ | ไม่ติดต่อ | ไม่ติดต่อ | ไม่ติดต่อ |
| แนวทางดูแล | ยืนยันเชื้อราแล้วแพทย์พิจารณายา | ทำความสะอาดและดูแลหนังศีรษะ แพทย์ประเมิน | แพทย์ประเมินการรักษาและติดตาม | หาพฤติกรรมดึงผมและความเครียด แพทย์ประเมิน |
แพทย์ผิวหนังตรวจเชื้อราที่หนังศีรษะอย่างไร?
ระหว่างตรวจ แพทย์มักถามว่าอาการเป็นมานานเท่าไร บริเวณขยายหรือไม่ คันหรือเจ็บไหม คนในบ้านหรือสัตว์เลี้ยงมีอาการคล้ายกันหรือไม่ และเคยใช้แชมพูหรือยาทาเองมาก่อนหรือไม่
แพทย์จะดูระดับขุย ผมขาด และการอักเสบ มักใช้กล้องส่องผิวหนังขยายดูเส้นผมและรูขุมขน บางกรณีใช้ไฟวูด (ไฟอัลตราไวโอเลตชนิดหนึ่ง) ช่วยดู
เพื่อยืนยันการติดเชื้อรา แพทย์อาจถอนเส้นผมบริเวณรอยโรคเล็กน้อยหรือขูดขุยไปตรวจหาเชื้อรา หากจำเป็นอาจเพาะเชื้อเพื่อทราบชนิดของเชื้อ ใช้ประกอบการรักษาและติดตาม หากเคยทายาต้านเชื้อรามาก่อนอาจมีผลต่อผลตรวจ จึงควรแจ้งแพทย์ ทั้งนี้ต้องตรวจหรือไม่ แพทย์จะประเมินตามแต่ละกรณี
รักษาเชื้อราที่หนังศีรษะอย่างไร? ทายาอย่างเดียวได้ไหม?
เชื้อราที่หนังศีรษะอยู่ในรูขุมขนและเส้นผม ยาทาเข้าถึงได้ยาก การรักษาจึงต้องให้แพทย์ประเมินด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ แนวทางที่พบบ่อย ได้แก่
- ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทาน: ส่วนใหญ่ต้องใช้ยากลุ่มต้านเชื้อราชนิดรับประทานที่แพทย์สั่งหลังประเมิน และใช้ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ ไม่ควรหยุดยาเองเมื่ออาการดีขึ้น
- แชมพูต้านเชื้อรา: แพทย์อาจแนะนำให้ใช้แชมพูกลุ่มต้านเชื้อราร่วมด้วยเพื่อลดการกระจายของสปอร์ คนในบ้านต้องใช้ด้วยหรือไม่ แพทย์จะพิจารณา
- การดูแล kerion: หากอักเสบชัด แพทย์อาจพิจารณายากลุ่มต้านการอักเสบ หรือรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดร่วมตามสภาพ
- การนัดติดตาม: ระหว่างรักษาแพทย์อาจนัดตรวจซ้ำหรือส่งตรวจอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าเชื้อหมดแล้ว ก่อนตัดสินใจหยุดยา
- เด็กและกลุ่มเฉพาะ: เด็ก ผู้ตั้งครรภ์ หรือผู้มีโรคเรื้อรัง ต้องให้แพทย์ประเมินการเลือกยาและการติดตามเป็นรายบุคคล
เมื่อควบคุมการติดเชื้อได้ ผมมักค่อยๆ งอกกลับมา แต่ต้องใช้เวลา kerion ที่อักเสบรุนแรงอาจทำให้บางคนผมร่วงแบบมีแผลเป็น การพบแพทย์แต่เนิ่นๆ จึงสำคัญ จะใช้ยาหรือไม่ กลุ่มใด และนานเท่าไร ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์
ทำอะไรได้ที่บ้าน? 8 ข้อดูแลและทำความสะอาดเมื่อเป็นเชื้อราที่หนังศีรษะ

นิสัยต่อไปนี้ช่วยลดการแพร่เชื้อและการกลับเป็นซ้ำเมื่อทำควบคู่กับแผนการรักษาของแพทย์ หากยังไม่ได้รับการวินิจฉัย ควรพบแพทย์เพื่อยืนยันก่อน
- หวีและเครื่องประดับผมใช้ส่วนตัว: ไม่ใช้หวี กิ๊บ ยางรัดผมร่วมกัน และล้างทำความสะอาดสม่ำเสมอ
- แยกหมวก หมวกกันน็อก และผ้าขนหนู: ไม่ใช้ร่วมกับคนในบ้านหรือเพื่อน ซักหรือผึ่งให้แห้งหลังใช้
- เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนบ่อยๆ: ซักด้วยน้ำร้อน แล้วตากแดดหรืออบให้แห้งสนิท
- สระผมตามคำแนะนำของแพทย์: ใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพทย์แนะนำ สระเสร็จเป่าผมและหนังศีรษะให้แห้ง
- ไม่โกนศีรษะ ไม่บีบหนองเอง: การโกนผมไม่สามารถแทนการรักษา และการบีบ kerion อาจทำให้อักเสบมากขึ้น
- สังเกตสัตว์เลี้ยง: หากสัตว์เลี้ยงขนร่วงหรือมีขุย ให้พาไปพบสัตวแพทย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
- สังเกตอาการคนในบ้าน: หากคนในบ้านมีขุยที่หนังศีรษะหรือผื่นแดงวงกลมตามตัว ควรพบแพทย์ด้วย
- ใช้ยาและมาตรวจตามนัด: ทำตามระยะการรักษาและวันนัดที่แพทย์กำหนด ไม่หยุดยาก่อนเวลาเอง
หากร่างกายมีเชื้อราที่ตำแหน่งอื่นด้วย เช่น ซอกนิ้วเท้าลอกคัน สามารถอ่านวิธีแยกและดูแลฮ่องกงฟุต เพื่อรักษาไปพร้อมกันและลดการติดเชื้อข้าม
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับเชื้อราที่หนังศีรษะ
ความเข้าใจผิดที่ 1: หนังศีรษะลอกเป็นขุยคือรังแค เปลี่ยนแชมพูก็หาย?
ไม่เสมอไป เชื้อราที่หนังศีรษะระยะแรกอาจคล้ายรังแค แต่ถ้ามีผมขาด หย่อมผมบาง หรือจุดดำร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อยืนยัน การเปลี่ยนแชมพูไปเรื่อยๆ อาจทำให้วินิจฉัยช้า
ความเข้าใจผิดที่ 2: โกนศีรษะแล้วเชื้อราจะหาย?
การโกนผมไม่สามารถกำจัดเชื้อราในรูขุมขนและไม่สามารถแทนการรักษาด้วยยา จำเป็นต้องตัดผมหรือไม่ ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์
ความเข้าใจผิดที่ 3: หนังศีรษะบางเป็นหย่อมคือผมร่วงเป็นหย่อมแน่ๆ?
เชื้อราที่หนังศีรษะ ผมร่วงเป็นหย่อม และโรคดึงผม ล้วนทำให้เกิดหย่อมผมบางเฉพาะที่ได้ แต่สาเหตุและการดูแลต่างกัน ผมร่วงเป็นหย่อมต้องให้แพทย์ตรวจแยก หากสงสัยว่าเกิดจากการดึงผมซ้ำๆ สามารถอ่านสาเหตุของโรคดึงผมและการพบแพทย์
เมื่อไรควรพบแพทย์?
เมื่อหนังศีรษะลอกเป็นขุยร่วมกับผมร่วงหรือผมขาด ควรให้แพทย์ผิวหนังยืนยันการวินิจฉัยก่อน และหากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์หรือกลับมาตรวจซ้ำ
- หนังศีรษะมีก้อนบวมแดง นุ่ม นูน มีหนองหรือเจ็บ
- มีไข้ หรือต่อมน้ำเหลืองที่คอหรือหลังหูโต
- หย่อมผมบางขยายต่อเนื่อง หรือเกิดหลายหย่อม
- เด็กคนอื่น คนในบ้าน หรือสัตว์เลี้ยงมีอาการคล้ายกัน
- รักษาไปช่วงหนึ่งแล้วไม่ดีขึ้น หรือกลับเป็นซ้ำหลังหยุดยา
- ระหว่างใช้ยามีผื่นที่ผิวหนัง ไม่สบายท้อง หรืออาการผิดปกติอื่น
สาเหตุอื่นของผมร่วงในเด็กอ่านได้ที่สาเหตุผมร่วงในเด็กและสัญญาณเตือน หากต้องการหาสาเหตุของหนังศีรษะลอกเป็นขุยและผมร่วง สามารถมาที่แผนกผิวหนัง Ruian Clinicหรือคลินิกผมร่วงเพื่อให้แพทย์ประเมินด้วยตนเอง และอ่านหัวข้อที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมที่ศูนย์ความรู้สุขภาพ
เอกสารอ้างอิงบทความสุขศึกษา
- American Academy of Dermatology (AAD): Ringworm: Diagnosis and treatment
- DermNet: Tinea capitis
- หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ MedlinePlus: Ringworm of the scalp
ติดต่อได้ เชื้อราที่หนังศีรษะแพร่ผ่านการสัมผัสศีรษะ การใช้หวี หมวก หมอนร่วมกัน หรือการสัมผัสสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อ หลังได้รับการวินิจฉัยควรปรึกษาแพทย์ว่าคนในบ้านและสัตว์เลี้ยงต้องตรวจหรือใช้แชมพูต้านเชื้อราด้วยหรือไม่
ส่วนใหญ่เมื่อควบคุมการติดเชื้อได้ ผมจะค่อยๆ งอกกลับมาแต่ต้องใช้เวลา หากเป็น kerion ที่อักเสบรุนแรง บางคนอาจผมร่วงแบบมีแผลเป็น การพบแพทย์เร็วและรักษาตามคำแนะนำจึงสำคัญ
มักไม่เพียงพอ เชื้อราอยู่ในรูขุมขนและเส้นผม ยาทาเข้าถึงได้ยาก ส่วนใหญ่ต้องใช้ยากลุ่มต้านเชื้อราชนิดรับประทานหลังแพทย์ประเมิน อาจใช้ร่วมกับแชมพูต้านเชื้อรา วิธีใช้และระยะเวลาให้แพทย์เป็นผู้กำหนด
ต้องหยุดเรียนหรือไม่ ขึ้นกับการประเมินของแพทย์และกฎของโรงเรียน การเริ่มรักษา ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน และเปลี่ยนปลอกหมอนและหมวกบ่อยๆ ช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อให้เพื่อน
เป็นไปได้ แมวหรือสุนัขที่ติดเชื้ออาจมีเพียงหย่อมขนร่วงหรือขุยเล็กๆ หากเด็กหรือคนในบ้านได้รับการวินิจฉัยและสัตว์เลี้ยงมีอาการคล้ายกัน ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
เป็นได้ แต่น้อยกว่าเด็ก ผู้ใหญ่อาจเป็นเมื่อดูแลเด็กหรือสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อ มีเชื้อราที่ตำแหน่งอื่น หรือภูมิคุ้มกันต่ำ หากหนังศีรษะลอกเป็นขุยร่วมกับผมร่วง ควรให้แพทย์ตรวจยืนยันด้วยตนเอง
คำแนะนำจากแพทย์: หนังศีรษะลอกและผมร่วง ควรยืนยันก่อนว่าเป็นเชื้อราหรือไม่
หนังศีรษะที่ลอกเป็นขุย ผมขาด หรือบวมแดงมีหนอง อาจเป็นเชื้อราที่หนังศีรษะ หรืออาจเป็นเซ็บเดิร์ม สะเก็ดเงิน ผมร่วงเป็นหย่อม โรคดึงผม หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งดูแลต่างกัน เมื่อมาตรวจ ควรแจ้งช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการ การเปลี่ยนแปลงของบริเวณ คนในบ้านหรือสัตว์เลี้ยงมีอาการคล้ายกันหรือไม่ และผลิตภัณฑ์สระหรือทาที่เคยใช้ เพื่อให้แพทย์ตรวจและประเมิน หลีกเลี่ยงการทายาเอง โกนศีรษะ หรือใช้วิธีพื้นบ้าน ต้องตรวจหรือใช้ยาหรือไม่ กลุ่มใด และนานเท่าไร ควรให้แพทย์ประเมินด้วยตนเอง
บทความนี้เป็นข้อมูลสุขศึกษาเกี่ยวกับโรค ไม่ใช่โฆษณายา และไม่ได้แนะนำหรือจำหน่ายยาใดโดยเฉพาะ เนื้อหาไม่สามารถแทนการตรวจโดยแพทย์ การวินิจฉัย การตรวจ และการรักษาต้องให้แพทย์ประเมินด้วยตนเองตามสภาพของแต่ละบุคคล
ทีมแพทย์ผิวหนัง

Dr. Tseng
